สำนักงานยุติธรรมจังหวัดศรีสะเกษ
www.jpo.moj.go.th/sisaket

 

กฎหมายน่ารู้

การขอประกันตัวในชั้นศาล 
การขอประกันตัวในชั้นศาลมีอยู่ 2 กรณี
กรณีแรก เมื่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการนำตัว “ผู้ต้องหา” มาขอฝากขังต่อศาลและศาลอนุญาตให้ขัง ซึ่งผู้ต้องหาอยู่ในอำนาจควบคุมของศาลเรียกว่า “การประกันระหว่างสอบสวน” 
กรณีที่สอง นับแต่ศาลประทับฟ้องของโจทก์เป็นต้นไป ผู้ต้องหาจะมีฐานะเป็น “จำเลย” อยู่ในอำนาจควบคุมของศาล เรียกว่า “การประกันระหว่างพิจารณา” หรือ “การประกันระหว่างอุทธรณ์” หรือ “การประกันระหว่างฎีกา” หรือ “การประกันระหว่างหาเงินชำระค่าปรับ” แล้วแต่กรณี 
ดังนั้น ทั้งสองกรณีดังกล่าว หากผู้ประกันประสงค์ขอปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะต้องยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาลเท่านั้น

กำหนดเวลาที่ศาลอนุญาตให้ประกัน มีดังนี้

                การประกันระหว่างสอบสวน สัญญาประกันมีผลใช้ได้เท่ากับระยะเวลาที่ศาลอนุญาตให้ฝากขังจนกระทั่งมีการฟ้องคดีหรือไม่มีการฟ้องคดีแล้วแต่กรณี
การประกันระหว่างพิจารณา สัญญาประกันมีผลใช้ได้จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น 
การประกันระหว่างอุทธรณ์ สัญญาประกันมีผลใช้ได้จนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
การประกันระหว่างฎีกา สัญญาประกันมีผลใช้ได้จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น 
การประกันระหว่างหาเงินชำระค่าปรับ สัญญาประกันมีผลใช้ได้ 30 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา

                เมื่อผู้ต้องหาหรือจำเลยถูกควบคุมตัวโดยศาล ผู้ขอประกันสามารถยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยใช้หลักประกันต่างๆ ดังนี้

  • เงินสด
  • หลักทรัพย์มีค่าอย่างอื่นที่กำหนดราคามูลค่าที่แน่นอนได้ เช่น
    • พันธบัตรรัฐบาล สลากออมสิน บัตรหรือสลากออมทรัพย์ทวีสินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ตั๋วแลกเงินที่ธนาคารเป็นผู้จ่ายได้รับรองตลอดไปแล้ว ตั๋วสัญญาใช้เงินที่ธนาคารเป็นผู้ออกตั๋ว หรือเช็คที่ธนาคารเป็นผู้สั่งจ่าย หรือเช็คที่ธนาคารรับรองแล้ว
    • ที่ดินมีโฉนด หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 น.ส.3ก.)
    • สมุดเงินฝากประจำหรือใบรับเงินฝากประจำของธนาคาร
    • หนังสือรับรองของบริษัทประกันภัย กรณีการประกันอิสรภาพมี 2 ประเภท คือ
      • ประเภทประกันภัยอิสรภาพก่อนกระทำความผิด
      • ประเภทประกันภัยอิสรภาพหลังมีการกระทำความผิด โดยปกติสามารถขอทำประกันได้ทุกข้อหาการกระทำผิด ยกเว้นความผิดที่เกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ
    • หนังสือค้ำประกันหรือหนังสือรับรองของธนาคารเพื่อชำระเบี้ยปรับแทนในกรณีผิดสัญญาประกัน
  • บุคคลอื่นเป็นหลักประกันโดยแสดงหลักทรัพย์ (กรณีหลักทรัพย์ของบุคคลอื่น) ซึ่งผู้ขอประกันนั้นต้องเป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับผู้ต้องหาหรือจำเลย ได้แก่
  • บุพการี,ผู้สืบสันดาน,สามี,ภริยา,ญาติพี่น้อง
  • บุคคลที่เกี่ยวพันโดยทางสมรส
  • ผู้บังคับบัญชา,นายจ้าง
  • บุคคลที่ศาลเห็นว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดเสมือนเป็นญาติพี่น้องหรือมีความสัมพันธ์ในทางอื่นที่ศาลเห็นสมควรให้ประกันได้
  • ส่วนราชการ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการช่วยเหลือข้าราชการหรือลูกจ้างของทางราชการที่ต้องหาคดีอาญา
  • ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น พนักงานของรัฐประเภทอื่นๆ ลูกจ้างประจำของทางราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการการเมือง หรือทนายความ ฯลฯ (ใช้ตำแหน่งเป็นหลักประกันเฉพาะตนเองหรือญาติใกล้ชิด)
  • นิติบุคคลเป็นหลักประกัน กรณีที่กรรมการ ผู้แทน ตัวแทน หุ้นส่วน พนักงาน หรือลูกจ้างของนิติบุคคลตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลย ให้ทำสัญญาประกันได้ในวงเงินตามที่ศาลเห็นสมควร
  • ผู้ประกอบวิชาชีพ เช่น แพทย์ เภสัชกร พยาบาล ทนายความ ครู วิศวกร หรือผู้ประกอบวิชาชีพอื่นที่ศาลเห็นสมควรให้ประกันได้ เมื่อบุคคลนั้นตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลย อาจใช้ตนเองเป็นหลักประกันได้ (ประกันตนเอง) สำหรับกรณีความผิดที่ถูกกล่าวหาเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่หรือการปฏิบัติงานในการประกอบวิชาชีพนั้นๆ

หลักฐานในการขอประกันทุกกรณี

  • บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบัตรประจำตัวพนักงานรัฐวิสาหกิจ
  • ทะเบียนบ้านของเจ้าของหลักทรัพย์หรือเจ้าของหลักประกัน

วันที่เผยแพร่ :

วันพฤหัสบดี, 17 ตุลาคม 2013