สำนักงานยุติธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา
www.jpo.moj.go.th/chachoengsao

 

กฎหมาย

สิทธิคุ้มครองตนว่าด้วย...ความผิด.ขับรถ...ชน....แล้วหนี

โดย เตือนใจ เจริญพงษ์

ขอนำความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจรทางบก
คือ....ผู้ขับรถ....ชน...แล้ว....หนี..........

เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นเป็นประจำ............แล้วผลที่เกิดทางกฎหมายกำหนดไว้อย่างไร...อ่านหน่อยนะคะ

เมื่อมีการเฉี่ยวชนกันบนถนน ซึ่งอาจมีผู้บาดเจ็บล้มตายหรือรถของอีกฝ่ายเสียหาย แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บล้มตาย ไม่ว่าการเฉี่ยวชนนั้น จะเป็นความผิดของตนหรือไม่ กฎหมายต้องการให้บุคคลนั้นต้องแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียง ทันที เพื่อสามารถไปจัดการดูแลการจราจรมิให้ติดขัด หรือดูแลช่วยเหลือผู้บาดเจ็บล้มตายได้ทันท่วงที และต้องแสดงตัวต่อผู้ได้รับความเสียหายด้วย เพื่อสามารถติดต่อกรณีมีค่าทดแทนทางแพ่งในเวลาต่อมาด้วย

แต่ในทางปฏิบัติปรากฏเสมอว่าเมื่อมีการเฉี่ยวชนกันแล้ว ผู้ขับขี่จะขับรถหลบหนีไปเลยโดยเห็นว่าตนเป็นฝ่ายถูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ขับขี่รถยนต์บรรทุกสิบล้อ หรือรถยนต์โดยสารประจำทางไปต่างจังหวัด เมื่อเกิดการชนกันแล้วจะหลบหนีเกือบทุกรายจนหนังสือพิมพ์จะลงข่าว

ด้วยข้อความว่า "ส่วนคนขับได้หลบหนีไปตามระเบียบ" คำว่า "ตามระเบียบ" คือ.... ...... คำสั่งของเจ้าของรถซึ่งมักเรียกกันว่า "เถ้าแก่" ซึ่งจะสั่งว่าหากชนกันแล้วให้รีบหลบหนีไปก่อน เพราะหากอยู่ในที่เกิดเหตุจะถูกจับกุมตัวต้องมีการประกันตัว และทำให้ตกลงกับผู้บาดเจ็บ หรือล้มตายในเรื่องค่าเสียหายได้ยากกว่า แต่หากหลบหนีไปก่อนจะไม่ถูกจับควบคุมตัวไว้ การต่อรองเรื่องค่าเสียหายกระทำได้ง่ายกว่า เมื่อสามารถตกลงค่าเสียหายต่าง ๆ ในทางคดีได้แล้ว "เถ้าแก่" จึงจะส่งสัญญาณให้เข้ามอบตัวในภายหลัง

อีกกรณีหนึ่ง.......ที่มักมีผู้นิยมใช้กันมากขึ้น คือ... บุคคลที่เป็นนักร้อง นักแสดงที่มีชื่อเสียงขับขี่รถในขณะมึนเมาสุรา

เมื่อเกิดการเฉี่ยวชนกับรถคันอื่น มักจะทิ้งรถไว้ในที่เกิดเหตุ แล้วหนีไปก่อน เพื่อป้องกันมิให้....เจ้าหน้าที่ตำรวจนำส่งไปทดสอบปริมาณ แอลกอฮอล์ในลมหายใจ.......

ซึ่งจะมีความผิดอีกกระทงหนึ่ง

และจะตกเป็นข่าวใหญ่ว่าขับรถในขณะมึนเมาสุรา เมื่อหลบไปได้....จนเชื่อว่า...ลมหายใจมีปริมาณแอลกอฮอล์ลดลง หรือไม่มี แล้ว .....จึงเข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งกันต่อไป

สำหรับผู้ขับขี่รถซึ่งเกิดอุบัติเหตุขึ้นไม่ว่าตนเป็นฝ่ายผิด หรือถูกต้องปฏิบัติตามมาตรา 78 ซึ่งบัญญัติว่า.........

"มาตรา 78 ผู้ใดขับรถหรือขี่หรือควบคุมสัตว์ในทางซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล หรือทรัพย์สินของผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นความผิดของผู้ขับขี่ หรือผู้ขี่ หรือควบคุมสัตว์ หรือไม่ก็ตาม ต้องหยุดรถ หรือสัตว์ และให้ความช่วยเหลือตามสมควร ...... และพร้อมทั้ง...แสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงทันที กับ...ต้องแจ้ง....ชื่อตัว... ชื่อสกุล.. และที่อยู่..ของตนและหมายเลขทะเบียนรถแก่ผู้ได้รับความเสียหายด้วย

ในกรณีที่.......ผู้ขับขี่...หรือ....ผู้ขี่..หรือ...ควบคุมสัตว์หลบหนีไป หรือ....ไม่แสดงตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่เกิดเหตุ ให้สันนิษฐานว่า.....เป็นผู้กระทำความผิด และ.....ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจยึด......รถคันที่ผู้ขับขี่หลบหนี หรือ.....ไม่แสดงตนว่าเป็นผู้ขับขี่ ...จนกว่า...คดีถึงที่สุด หรือ....ได้ตัวผู้ขับขี่ ถ้า...เจ้าของ...หรือ...ผู้ครอบครอง....ไม่แสดงตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายใน...หกเดือน...นับแต่วันเกิดเหตุ ให้ถือว่า...รถนั้น...เป็นทรัพย์สิน...ซึ่งได้ใช้ในการกระทำความผิด หรือ...เกี่ยวกับการกระทำความผิดและให้ตกเป็นของรัฐ"

วันที่เผยแพร่ :

วันพุธ, 16 ตุลาคม 2013