สำนักงานยุติธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา
www.jpo.moj.go.th/chachoengsao

 

พระมหากษัตริย์ในดวงใจ

พระมหากษัตริย์ในดวงใจ
วันที่ 8 กรกฎาคม 2556

                                                                           

                                                    พระมหากษัตริย์ในดวงใจ

                                                                                                       เตือนใจ เจริญพงษ์

               ปวงชนชาวไทย ต่างปลื้มปิติ และร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวร่วมกันจัดทำกิจกรรมเฉลิมพระเกียรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ภูมิพลอดุลยเดช  เนื่องในโอกาสพระชนมายุครบ  80  พรรษา  โดยเฉพาะกิจกรรมการทำความดีเพื่อถวายในหลวงของเรา   สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนชาวไทย  และชาวต่างประเทศ  มีความรัก ความผูกพัน  และจงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์พระองค์นี้อย่างหาที่สุดไม่ได้  เรื่องราวดังกล่าวยังถือเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญที่น่าจดจำยิ่งในประวัติศาสตร์ไทย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   เมื่อครั้งทรงดำรงพระยศเป็นพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดชได้ประสูติ  ณ  ตึกฟิลก์ของโรงพยาบาลเคมบริดจ์  เมืองเคมบริดจ์  รัฐแมสซาซูเซส  สหรัฐอเมริกา  ถือเป็นพระมหากษัตริย์ไทยเพียงพระองค์เดียวที่เสด็จพระราชสมภพในสหรัฐอเมริกา  และทรงเจริญวัยในประเทศสวิตเซอร์แลนด์  ทรงเป็นนักเรียนในประเทศนี้ทรงเรียนภาษาฝรั่งเศสและภาษาเยอรมันได้เป็นอย่างดีต่อมา  ทรงศึกษาภาษาอังกฤษอย่างแตกฉาน ด้วยพระราชกรณียกิจ  และพระปรีชาสามารถในฐานะเป็นพระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงงานนักที่สุดในโลก  โดยทรงขจัดปัดเป่าทุกข์ยากของราษฎรและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน  มีผลทำให้พระเกียรติยศของพระองค์เลื่ยงลือและทรงเป็นที่เคารพรักของทั้งชาวไทย  และชาวต่างประเทศมาตลอด

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีผู้พบเห็น  ชื่อ   “จัตุรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  หรือKing  Bhrumibol  Adulyadej  Square”   ในเมืองเคมบริดจ์  รัฐแมสซาซูเซส  สหรัฐอเมริกา  ซึ่งเป็นจัตุรัสที่สะท้อนให้เห็นความภาคภูมิใจของชาวเคมบริดจ์ในฐานะที่เมืองนี้เป็นสถานที่แห่งเดียวในสหรัฐอเมริกาที่เคยมีพระมหากษัตริย์เสด็จพระราชสมภพ  ชาวเมืองแห่งนี้สนใจในพระราชกรณียกิจของพระองค์มาช้านานประกอบกับความพยายามที่จะให้เมืองเคมบริดจ์มีส่วนร่วมเฉลิมพระเกียรติ  ในฐานะที่มีความผูกพันกับพระองค์  มีครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลซึ่งเสด็จสวรรคต  พระองค์ได้ตัดสินพระทัยเสด็จไปทรงศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยให้สำเร็จทรงเปลี่ยนวิชาวิศวกรรมศาสตร์ที่ทรงโปรดเป็นอย่างยิ่งไปทรงศึกษาวิชากฎหมายและรัฐศาสตร์  ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการปกครองประเทศ  เมื่อประชาชนทราบข่าวว่าพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยโลซานน์  เป็นระยะเวลานาน  ต่างพากันมาส่งเสด็จ  และห้อมล้อมรถยนต์พระที่นั่ง

“อย่าละทิ้งประชาชน” มีตำนานเล่าขานว่าเสียงของประชาชนทำให้พระองค์ทรงตอบประชาชนไปว่า    “ตัวประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้าแล้ว  ข้าพเจ้าจะละทิ้งประชาชนอย่างไรได้”

ความเป็นพระมหากษัตริย์ที่ใกล้ชิดกับราษฎร”  เป็นศิลปะครองใจครองคนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลทรงมีอิทธิพลต่อบทบาทของพระองค์   ในการเป็นพระมหากษัตริย์ยุคใหม่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลพระเชษฐาของข้าพเจ้ายังทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจได้ไม่มากนัก  ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2  และหลังสงครามเป็นช่วงที่ลำบาก  ยากเข็ญ  แต่พระองค์ได้ทรงว่างมาตรฐานของความเป็นพระมหากษัตริย์ในยุคใหม่โดยไม่ทรงรู้พระองค์ด้วยซ้ำเหล่าพสกนิกรต่างเฝ้ารอคอยพระประมุข  เมื่อเสด็จสวรรคตพระชนพรรษาเพียง  20  พรรษา  ยังทรงพระเยาว์และมีพระอนาคตสดใส่  ที่ว่า  “ยุคใหม่”  ก็เพราะว่าในสมัยก่อนๆ  นั้น   พระมหากษัตริย์มิได้ทรงเปิดเผยพระองค์มากนัก  จึงเสมือนพระเจ้าอยู่หัวอามันทมหิดลได้พระราชทานสัญญาณเบิกฟ้าแก่ประชาชน แต่พระองค์ก็เสด็จจากไปเสียก่อน”**

พระองค์ทรงเป็นนักประพันธ์เพลงที่ไพเราะและได้รับความนิยมทั้งชาวทายและชาวต่างประเทศเสมอมา  มีเรื่องเล่ากันว่าครั้งแรกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงพบกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์  กิติยากร  ณ  กรุงปารีสซึ่งเป็นราตรีที่สามารถผูกพระราชหฤทัยของพระมหากษัตริย์ไทยองค์ปัจจุบันได้อย่างรวดเร็วและลึกซึ่ง  ถึงกับทรงพระราชนิพนธ์เพลงรักหวานซึ่ง  คือเพลงวอลซ์  ชื่อเพลง  พาคู่ฝัน   (Dream  of  love  dream)  ต่อมาได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานทำนองเพลงให้  พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ  ทรงนิพนธ์คำร้องเป็นภาษาอังกฤษ  และภาษาไทย  ดังคำร้องว่า

.....................

 

**บทความเรื่องนี้  Thailand’s   Working  Monarch  ในนิตยสาร  National  Geographic  ตุลาคม  2525 หน้า  486  - 533  คำว่า   “อีก”   เท้าความถึงเมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว   สมเด็จพระปิตุลาธิราช       ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช    ทรงสละราชสมบัติ   ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย               “…แต่ฉันดวงใจผูกพันใฝ่ฝันทุกคืน

                                           เฝ้าปองเคียงครองคู่ชื้นให้รื่นเริงใจ...

                                          จวบวันทิวาเฉิดฉันตะวันสดใส

                                           ฟ้าดลบันดาลรักให้สมดังดวงใจมุ่งมั่น

                                            เฝ้าวอนพระทรงเสกพระไหว้วอนทุกวัน

                                             โศกทรวงดวงใจ  อัดอั้นตื่นตันอุรา...

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงศึกษาเรื่องของดนตรีมาตั้งแต่ครั้งทรงพระเยาว์  ทรงโปรดเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าชนิดต่างๆ  เช่น  คลาริเน็ต  แซกโซโฟน  ทรงดนตรีได้ทั้งคลาสสิก  และแจ๊ส  ด้วยพระอัจฉริยะภาพดังกล่าว  สถาบันการดนตรีและศิลปะแห่งกรุงเวียนนา  จึงทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระยศเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของสถาบัน  ในฐานะสื่อสัมพันธ์อันดียิ่งระหว่างดนตรีของตะวันออกกับตะวันตกนอกจากนี้ยังทรงสามารถบรรเลงโต้ตอบกับนักดนตรีที่มีชื่อเสียงของโลก  เช่น   Beuny  Goodman  และ  Jack  Teagasden   นักระนาดเหล็กสากล   Lionel  Hamptom  นักเป่าทรัมโบน  และ  Stau  Getz  นักเป่าเทอเนอรี่  แซกโซโฟน  อีกด้วย  จนทำให้นักดนตรีที่มีชื่อเสียงของโลก  ถวายการยกย่องพระองค์ว่าทรงเป็นนักดนตรีแจ๊สที่มีพระอัจฉริยภาพยิ่ง

ในอดีต   กรมประชาสัมพันธ์ได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเครื่องส่งวิทยุ  กำลังส่ง  100  วัตต์ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   พระองค์ทรงตั้ง  “สถานีวิทยุ อ.ส.”  ณ  พระที่นั่งอัมพรสถาน  เรียกย่อว่า  อ.ส.  ทรงนำมาจากคำกล่าว  พระที่นั่งอัมพรสถานโดยมุ่งใช้เป็นสื่อกลางความบันเทิง  สารประโยชน์  และข่าวสารต่างๆ  แก่ประชาชน  พระองค์ทรงเชื้อเชิญพระประยูรญาติบางองค์และคนสนิทมาเล่นดนตรีพระราชทานชื่อวงว่า  “วงลายคราม”  ซึ่งเป็นดนตรีส่วนพระองค์  และพระราชนิพนธ์   เพลงศุกร์สัญญาลักษณ์  (Friday  Night  Rog)  เป็นเพลงประจำวง   โดยทุกวันศุกร์ของพระองค์ทรงแซกโซโฟนเป็นนายวง พระองค์ทรงอัดรายการเพลง  และทรงเลือกแผ่นเสียงเอง  และเปิดโอกาสให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมสามารถติดต่อกับพระองค์ในขณะที่โทรมาขอเพลงซึ่งก็มีประชาชนจำนวนหนึ่ง ไม่ทราบว่ากำลังพูดกับพระเจ้าอยู่หัว  ไม่เพียงแต่รายการบันเทิงเท่านั้นยังทรงให้เพิ่มรายการประเภทสารคดี  และข้อมูลความรู้ต่างๆมาเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับรู้ในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง  เมื่อคราวที่พระองค์ทรงเสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ต่างๆ  สถานีวิทยุ  อ.ส.  ร่วมกับสถานีวิทยุ  จ.ส.  ขงกรมการทหารของพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานแก่ประชาชนในจังหวัดนั้นๆ  ทุกคราว

ด้วยพระปรีชาญาณและพระราชปณิธานในการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดปัญญา   และความกระตือรือร้นแก่ผู้ปฏิบัติงาน  ทรงชี้ให้เห็นว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า  โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการสื่อสาร   และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน  ที่ผ่านมาการพัฒนาประเทศขาดสื่อที่จะมาประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้อย่างทั่วถึง  และทันเวลา  พระทรงริเริ่มนำความต้องการของราษฎรมาสื่อสารให้รัฐบาลรู้  และเข้าใจมาโดยตลอด  เพื่อจะได้ช่วยเหลือประชาชนและพัฒนาให้ถูกทาง รวมทั้งยังทรงเผยแพร่ให้ชาวโลกให้รู้ด้วย

*บทความเรื่องนี้ได้รับการตัพิมพ์เผยแพร่ทาง วารสารยุติธรรม ฉบับที่๒ เดือนธันวาคม ๒๕๕๐ -มกราคม ๒๕๕๑

 

.................................................................. 

 

วันที่เผยแพร่ :

วันพฤหัสบดี, 17 ตุลาคม 2013